สนทนา

 

 
หน้าแรก
แคมฟร้อก
ฟังเพลงออนไลท
ฟังเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิต
PENA HOUSE
แฟชั่น
ตำนานเพื่อชีวิต
สุขภาพและเรื่องทั่วไป
อัลบั้มรูป 
เกมส์ออนไลท์
ดูทีวีออนไลท์
ดูดวง
ท่องเที่ยวทั่วไทย
รวมเว็ป
ข่าวประชาสัมพันธ์
ดาวน์โหลด
คอมพิวเตอร์
ตรวจสอบสลาก
เว็บบอร์ด
เทคโนโลยี
ตลาดซื้อ-ขาย
บันเทิง
ห้องแชทรูม
ติดต่อเรา

 

 

     ดูดวงประจำวัน

 ข่าวสารออนไลท์ 

 

หยุดล้าน หยุดร่วง หยุดเกา หยุดรังแค ฯลฯ.

ด้วยสมุนไพร ขิงเพียวสูตรโบราณ

เส้นผมคือ...

เส้นผมคือ… เส้นผมคนเรานอกจากจะทำหน้าที่หลักในการปกป้อง
หนังศีรษะไม่ให้ เสียความร้อนมากเกินไป และ ป้องกันรังสีความร้อนของ
แสงแดดแล้ว เส้นผมยังมีอีกบทบาทสำคัญ ที่ช่วยทำให้ใบหน้าเราดูดี
เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเราเอง และ มีส่วนเสริมให้บุคลิกเราดีอีกด้วย
ฉะนั้นเราน่าที่จะเริ่มมาทำความรู้จักผมอย่างจริงจังกันดูสักที

เส้นผม 3 ประเภท คือ

1. Lanugo hair
2. Vellus hair
3. Terminal hair ขนเทอร์มินัล ขนสีเข้ม หนาและยาว ซึ่งโดยปกติก็คือ
เส้นผมบนศรีษะของเรานั้นเอง

ส่วนประกอบหลักๆของผมประมาณ 65% - 95% คือ โปรตีนชื่อสาร
เคอราติน keratin ที่ให้ความแข็งแรง
ส่วนที่เหลือจะเป็นสารประกอบอื่นๆ เช่น amino acid, ไขมัน, น้ำ และ
เซลเม็ดสี เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการให้ผมสวยและมีสุขภาพแข็งแรง
ก็อย่าลืมรับประทานอาหารประเภทโปรตีน เพื่อบำรุงเส้นผม ส่วนลักษณะ
ของผมจะหยิกหรือตรง แข็งหรือนิ่ม เส้นใหญ่หรือเล็ก มีสีสันเป็นอย่างไรนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ของเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติที่แต่ละบุคคล ได้รับมาจาก
บรรพบุรษของตนนั่นเอง

โดยประมาณผมบนศรีษะเราจะมีเฉลี่ยราว 80,000 - 120,000 เส้น
ในคนที่มีผมหนาอาจมีผมถึง 150,000 เส้นเลยทีเดียว เส้นผมแต่ละเส้น
ก็จะมีวงจร (Hair Cycle) หรือ วัฏจักรในการงอก และหลุดร่วงอยู่ 3 ระยะ
ด้วยกันอันได้แก่

1. ระยะแอนนาเจน เป็น ช่วงระยะเวลาที่ผมของเรางอกงามนั้นเอง ซึ่งช่วงนี้
จะมีระยะเวลายาวนานราว 3-7 ปีต่อเส้นโดยเฉลี่ย เช่น ในวันเด็กระยะแอนนาเจน
อาจจะยาวนาน 7 ปี แต่พออายุมากขึ้นระยะแอนนาเจนก็จะน้อยลงเหลือ 5 ปี
ถ้าร่างกายเข้าสู่วัยชราระยะแอนนาเจน ของผมอาจจะเหลือเพียง 3 ปีเป็นต้น
ในระยะนี้ผมของเราจะงอกเร็วประมาณ 1 เซนติเมตรต่อเดือน
2. ระยะคะทาเจน เป็นระยะหยุดงอก ในระยะนี้เส้นผมจะขาดอาหารมาเลี้ยง
ทำให้ต่อมผมหดเล็กลงและหยุดทำงานนานประมาณ 7-10 วัน

3. ระยะเทโลเจน หรือ ระยะพัก ซึ่งเมื่อผมพ้นจากระยะหยุดงอกแล้ว ก็จะหลุด
ร่วงไปเข้าสู่ระยะพักซึ่งกินเวลาราว 3 เดือน โดยปกติแล้วผมประมาณ 10%
จะอยู่ในระยะนี้ ในทุกๆขณะของชีวิตเราผมคนเราจึงร่วงไม่พร้อมกัน

และนี่จึงเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เราเข้าใจวงจรของผมมากขึ้น
และ ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมเราถึงต้องใช้เวลา ในการรักษาอาการผมร่วงผม
บางนาน 3 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล ก็เพราะเจ้าช่วงระยะพักนี่เอง ที่ใช้เวลานานถึง 3 เดือน

ผมร่วง หัวล้าน ผมบาง เกิดจากสาเหตุ

ถึงแม้ว่าอาการผมร่วงผมบางจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่เชื่อได้ว่าถ้า
วันหนึ่งวันใด ที่เส้นผมของเราเกิดร่วงไปและไม่กลับขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นคนศีรษะ
ล้าน หลายๆคนคงทำใจไม่ได้ อันเป็นอันตรายต่อจิตใจเป็นแน่แท้ อาการผมร่วงสังเกตุ
ได้จากจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงในแต่ละวัน หากนับรวมกันเกิน 100 เส้นต่อวันก็ถือว่า
เข้าข่ายมีอาการผมร่วงได้แล้ว หากไม่มั่นใจว่าจะสามารถ เก็บเส้นผม ที่หลุดร่วงทั้ง
วันได้ ขอแนะนำเทคนิคในการตรวจสอบอีกวิธีหนึ่งคือ เทคนิคการดึงผม (hair pull)
โดยการหยิบเส้นผมของขึ้นมาหนึ่งกระจุกแล้วนับให้ได้ราว 60 เส้น ใช้นิ้วจับเส้นผม
บริเวณโคนผม ให้พออยู่แล้วดึงรูดไปทางปลายผมช้าๆ โดยไม่ต้องใช้แรงมาก ทำซ้ำ
ในบริเวณศรีษะส่วนอื่นอีก 6 ครั้ง หากการดึงแต่ละครั้งมีเส้นผมร่วงหลุดติดมือมามากกว่า
6 เส้น แสดงว่าเข้าข่ายมีปัญหาผมร่วงเข้าแล้ว ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

อาการผมร่วงและศรีษะล้านแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

• อาการผมร่วงศรีษะล้านชั่วคราว ผมร่วงและศีรษะล้านอาจเกิดจากหลายสาเหตุ
เช่นโรคของต่อมไทรอยด์ โรคโลหิตจาง ภาวะหลังไข้สูง ๆ การลดน้ำหนักตัวมาก ๆ
ภาวะหลังคลอดบุตร ความเครียด การแพ้แชมพู ยาย้อมผม รวมทั้งจากยากินบางชนิด ฯลฯ
แต่สาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ มักจะทำให้เส้นผมของเราร่วงเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเซลล์
เส้นผมซึ่งอยู่ใต้หนังศีรษะ มักจะยังไม่ตาย เมื่อพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไป หรือต้นเหตุดัง
กล่าวหมดไป เส้นผมก็มักจะกลับงอกมาใหม่ดังเดิม สาเหตุของผมร่วงในกลุ่มนี้ แม้จะมี
มากมายหลายสาเหตุ แต่กลับพบเป็นส่วนน้อย ประมาณ 5-10 % ของสาเหตุที่ทำให้ผม
ร่วงเท่านั้น จึงขอยกตัวอย่างบางลักษณะอาการเท่านั้น

ผมร่วงจากโรคเชื้อราที่หนังศีรษะ ลักษณะส่วนใหญ่ที่พบคือมีหย่อมผมร่วงบนศีรษะ
ซึ่งอาจจะมีหย่อมเดียว หรือ หลายหย่อมก็ได้ เส้นผมจะหักและหลุดร่วงเหลือเป็นต่อสั้นๆ
หรือ เห็นเป็นจุดดำเหลืออยู่ปากรูขุมขน หนังศีรษะมักจะเป็นขุย หรืออาจมีการอักเสบ
ปรากฎให้เห็น หากอาการรุนแรง จะมีตุ่มหนองเกิดขึ้นรอบขุมขนและลุกลามเป็นก้อน
บวมแดงมีหนองหรือน้ำเหลือง ได้

ผมร่วงจากถอนผม ผู้ป่วยส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีความเครียด หรือภาวะเก็บกดทางจิตใจ
และหาทางผ่อนคลายโดยการถอนผมตัวเอง ซึ่งอาจทำไปโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้
ลักษณะการร่วงจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ป่วยว่าจะมีวิธีถอนอย่าง ไร
วิธีการรักษาอาจต้องปรึกษาจิตแพทย์ร่วมด้วย

ผมร่วงจากภาวะหลักการคลอดบุตร เนื่องจากมีการลดลงของระดับฮอร์โมนหลักจาก
การคลอดบุตรส่วนใหญ่จะกลับขึ้นเป็นปกติหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

ผมร่วงจากการรับยาบางชนิด เช่น จากยาเคมีบำบัดในรายที่เป็นโรคมะเร็ง แต่เมื่อ
หยุดยาแล้วเส้นผมจะงอกกลับมาดังเดิม

 


• อาการผมร่วงศรีษะล้านถาวร เป็นอาการศีรษะล้านที่มีสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์
ซึ่งเป็นสาเหตุ ที่พบได้มากที่สุดถึง 90-95% ทีเดียว ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์มีลักษณะ
เฉพาะ ที่ไม่เหมือนกับ ศีรษะล้านชนิดอื่น ลักษณะการหลุดร่วงของเส้นผมจะมี pattern
หรือ ลักษณะเฉพาะ ในการหลุดร่วง ที่แน่นอน ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า
Male Pattern Hair Loss หรือเรียกสั้นๆว่า MPHL สำหรับอาการที่เกิดในเพศชาย
ส่วนลักษณะอาการหลุดร่วงในเพศหญิงก็จะเรียกว่า Female Pattern Hair Loss นั้นเอง
เพียงใช้การสังเกตก็พอจะบอกได้ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องอาศัยการตรวจสภาพหนังศีรษะ
หรือวิเคราะห์เส้นผม แต่ประการใด ในผู้ชายมักจะเริ่มจากการร่นถอยของแนวผมทาง
ด้านหน้าเข้าไปเป็นง่าม หรืออาจเถิกลึกเข้าไป ตลอดทั้งแนว หรือ หัวเถิกนั่นเอง ต่อมาจะ
เกิดศีรษะล้านด้านหลังตรงบริเวณขวัญที่หลายคนมักเรียกว่าไข่ดาว ถ้าเป็นมากขึ้น ศีรษะ
ล้านทางด้านหน้ากับด้านหลัง จะมาเชื่อมกัน จนกลายเป็นศีรษะล้านบริเวณกว้าง แต่ใน
บางรายอาจมีผมร่วง ผมบางเฉพาะตรงกลางๆศีรษะเท่านั้น แต่แนวด้านหน้ายังดีอยู่

วินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีน

หากวินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีนภาวะไตอ่อนแอ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของการ
แพทยทจีนที่ได้มีการบันทึกในตำราการแพทย์จีนมาแล้วนับพันปี ภาวะไตอ่อนแอไม่
ใช่โรคไตในความหมายของการแพทย์ตะวันตก หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง
ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้ไตขับน้ำส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกายลดลง
เกิดผลกระทบต่อดุลยภาพ ของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดด่างในร่างกาย
รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิด ที่สร้างขึ้นจากไต และต่อมหมวกไตด้วย
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนากลายเป็นโรคร้ายต่างๆ
เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเกาต์ โรคภูมิแพ้
โรคซึมเศร้า เป็นต้น หรืออาจพัฒนากลายเป็นโรคไตและไตวายได้ในที่สุด

ไตมีบทบาทอย่างไรกับชีวิต...
ไตมีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย การพัฒนาสมอง การสร้างกระดูก การสร้างเม็ดเลือด สมรรถภาพทางเพศ การสืบพันธ์และความชรา ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ ม้าม ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันด้วย ดังนั้นการแพทย์จีนจึงเปรียบเสมือนไตเป็นรากฐานของชีวิตและให้ความสำคัญในการบำรุงรักษาไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพหรือบำบัดหลายๆ อาการให้หายพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นวิทยาการอันล้ำค่าของการแพทย์แผนจีนและมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพชาวจีนในทุกๆ สมัย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมจีนไปแล้ว
สาเหตุใดที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ...

ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกาย ที่เป็นไปตามวัฎจักรของ
เกิดแก่เจ็บตายจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้ามากหรือน้อยจะไม่เท่ากันใน
แต่ละคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ

1.กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรือหรืออายุมากเกินไป หรือมีลูก
หลายคน หรือตอนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอหรือคลอด
ก่อนกำหนด ไตของลูกก็จะอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด
2.การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลัง
3.ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน
4.ทำงานหนัก ทำงานเกินกำลังหรือหามรุ่งหามค่ำ ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนอดหลับ
อดนอน
5.ผลกระทบจากโรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง SLE อัมพฤกษ์
อัมพาต วัณโรค โรคเกาต์ ฯลฯ
6.ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจากการใช้น้ำยาเคมีมากเกินไป เช่น
ยาคุมกำเนิด ยาลดความอ้วน ฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ
ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักและผลไม้ สารฮอร์โมนที่สะสมในเนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่แช่
ฟอร์มาลินหรือได้รับสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม สารโซเดียมที่อยู่ตามอาหาร ขนมขบ
เคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่นผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและ
เครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ

ปัจจัยดังกล่าวล้วนแต่ทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร เราจึงพบบ่อย
ว่าหลายๆคนแม้ว่ายังอยู่ในวัยหนุ่มสาวแต่ก็มีอาการของภาวะไตอ่อนแออย่างครบครัน

ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการอื่นๆอย่างไรบ้าง??
ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการหลากหลายตามระบบต่างๆของ
ร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการใดอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายๆอาการพร้อมกันก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความเสื่อมโทรมของไต อายุและระยะเวลาที่เรื้อรัง

1.ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ
ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ
2.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลังปวดเอว ขาแขนอ่อนแรง เป็นตะคริวบ่อย
หนาวหรือชาตามมือตามเท้า ปวดตามข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ
3.ระบบประสาท นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เวลานอนแขนขากระตุกหรือสะดุ้งตื่นเป็นประจำ
หรือฝันว่าตกจากที่สูงจนตกใจตื่นเป็นประจำ ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียน ปวดศรีษะ
ซึมเศร้า วิตกกังวล อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้หนาว ฯลฯ
4.ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืด
ท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ
5.ระบบภูมิต้านทาน เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย ลมพิษ สะเก็ดเงิน เริม SLE ฯลฯ
6.ระบบทางเดินหายใจ ระคายคอบ่อย ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ
7.ระบบสืบพันธ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่องคลอด
ไม่กระชับ มีบุตรยากหรือแท้งบุตร เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ
8.สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ
หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ
9.หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ

ในทฤษฏีการแพทย์จีนเส้นผมเป็นส่วนที่ขยายต่อเติมมาจากเลือด ดังนั้นเส้นผมจะ
เจริญเติบโตได้ดีจึงต้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเลือดและหยินในร่างกาย
ถ้าหากเกิดสภาพพร่องของเลือดหรือหยิน ส่งผลให้เกิดความร้อนและลมขึ้นภาย
ในร่างกาย เมื่อเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ ทำให้รากผมขาดอาหารมา
หล่อเลี้ยง มีผลกระทบต่อเส้นผมบนศีรษะ ทำให้มีอาการผมร่วง สาเหตุที่ร่างกายมี
อาการเลือดและหยินพร่อง
มาจากหลายสาเหตุ เช่น ทานอาหารไม่เพียงพอขาดสารอาหารที่จำเป็น การใช้ยาบาง
ชนิดที่ไม่เหมาะสม อายุมากขึ้น ความเครียด (เช่นอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า
มีผลต่อการทำงานของม้ามทำให้การสร้างเลือดลดลงไป) อารมณ์แปรปรวน รวมถึงโรค
เรื้อรังต่างๆ อาการผมร่วงแบบฉับพลัน (เช่นเดียวกับอาการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันต่างๆ)
สาเหตุมาจากเกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกาย ความร้อนเข้าไปในกระแสเลือด เกิด
ภาวะลมมากระทำต่อร่างกาย ตามเส้นลมปราณ (meridian) โดยเฉพาะเส้นลมปราณ
ที่มีเส้นทางเดินผ่านไปยังบริเวณศีรษะประกอบกับการขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยง
เส้นผม จึงเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง

จากการตรวจร่างกาย จะพบการแสดงออกในแบบอาการมีความร้อนในเลือด เช่น
ลิ้นจะมีสีแดงจัด ฝ้าบางหรือมีฝ้าขาวเหลือง จับชีพจรมีลักษณะเป็นแบบแรงและลอยตัว
สำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัวเป็นโรคเรื้อรัง ร่างกายมักจะมีสภาพ
พร่องของเลือดและสารจำเป็น (สารจำเป็นหมายถึง Jing หรือสารที่ได้รับมาจากพ่อและ
แม่ เหมือนเรื่องของกรรมพันธ์ในหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน) เมื่อเกิดสภาพดังกล่าวจึง
ทำให้เกิดลมขึ้นไปกระทบต่อศีรษะทำให้ผมร่วงได้ (จากการตรวจร่างกายจะพบการ
แสดงออกในแบบอาการขาดเลือด เช่นลิ้นจะมีสีซีด ฝ้าบาง จับชีพจรมีลักษณะเป็น
แบบอ่อนและเบา)

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆซึ่งไม่ได้รับการดูแลรักษา ทำให้ร่างกายมี
ปัญหาในด้านสภาพพร่องของเลือดเช่นเดียวกัน แต่ในกรณีนี้เป็นสภาพพร่องที่เกิดจาก
การติดขัดหรือการไม่ไหลเวียนของเลือดรวมถึงการติดขัดการไหลเวียนของพลังชี่ (Qi)
ในเส้นลมปราณต่างๆด้วย (จากการตรวจร่างกายจะพบการแสดงออกในแบบอาการ
ติดขัด เช่นลิ้นจะมีสีเข้ม สีม่วงแดง มีรอยจุดของเลือดที่ลิ้น ฝ้าขาว จับชีพจรมีลักษณะ
เป็นแบบตึง) มีความเชื่อว่าส่วนใหญ่ของอาการผมร่วงมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายเกิด
สภาพพร่องของเลือด จึงไปทำให้ร่างกายมีพลังชี่ไม่เพียงพอที่จะไปเลี้ยงดูผิวหนังให้
สมบูรณ์ ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่สามารถรักษาสภาพของต่อมเหงื่อให้
เปิดปิดได้เหมือนปกติ จึงทำให้ลมสามารถเข้ามากระทำต่อรูขุมขนได้ง่ายขึ้น ทำให้ผิว
หนังแห้งและเส้นผมขาดสารอาหาร

นอกจากลมแล้วแพทย์จีนยังสามารถวิเคราะห์อาการผมร่วงได้ว่า มีความสัมพันธ์กับ
การทำงานของอวัยวะตับและไตที่ไม่สมดุล จึงทำให้เลือดไม่สามารถถูกผลิตและส่งไป
เลี้ยงเส้นผมที่อยู่สูงขึ้นไปได้ (แพทย์จีนมีความเชื่อว่าตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการกัก
เก็บเลือดและปล่อยออกมาสู่ภายนอกเพื่อทำให้ร่างกายเกิดสมดุล ส่วนไตเป็นอวัยวะที่
ใช้กักเก็บไขกระดูกซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างเลือด)ด้วยเหตุนี้เองเมื่อเสบียงอาหาร
ถูกส่งไปเลี้ยงดูเส้นผมไม่เพียงพอจึงทำให้รูเส้นผมถูกเปิดออก จึงเปิดโอกาสให้ลมเข้า
มากระทำที่รูขุมขน ดังนั้นเมื่อองค์ประกอบต่างๆอยู่ในสภาพที่ลงตัวเสียสมดุลกันหมดจึง
ทำให้เส้นผมร่วงได้ เมื่อตับและไตเสียสมดุลก็มีผลทำให้มีสิ่งอื่นๆเกิดตามมาทีหลังได้เช่น
เกิดการติดขัดของการไหลเวียนของพลังชี่ที่ตับ เกิดอาการติดขัดของเลือด ซึ่งจะไป
มีผลทำให้เกิดสภาพการขาดอาหารไปเลี้ยงดูเส้นผมไม่พอเพียง ความเครียดก็มีผลทำ
ให้การทำงานของตับมีการติดขัดของพลังชี่ การตรากตรำทำงานหนักก็มีผลทำให้การ
ทำงานของหัวใจมีการติดขัดของพลังชี่เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดจะไปมีผลทำให้ร่างกายโดย
รวมเกิดสภาพการติดขัดของพลังชี่และการติดขัดของเลือด ส่งผลให้เลือดไม่สามารถ
ส่งอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้อย่างเต็มที่จึงทำให้ผมร่วงได้


การรักษาอย่างมีประสิทธิ์ภาพ
การบำบัดโดยอาศัยสมุนไพรซึ่งได้จากธรรมชาติ ถือเป็นการดูแลและรักษาสุขภาพ
ผมอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด กล่าวคือเพราะสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ
ไม่มีอันตรายต่อเส้นผม และให้ประสิทธิภาพต่อเส้นผมสูงสุด สมุนไพรปลูกผมขิงเพียว ช่วยบำรุงหนังศรีษะ ลดความคันทำให้ผมดกดำ หนังศีรรษะสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นผมใหม่ออกมาอย่างรวดเร็ว

วิธีการใช้แชมพูขิงเพียว
1.ชโลมขิงเพียวให้ทั่วศีรษะ ขยี้ให้เกิดฟองแล้วหมักไว้ 2-3 นาที
(สำหรับสตรีควรเทแชมพูอีกส่วนหนึ่งชะโบมหางผมและขยี้ให้เกิด
ฟองหมักผมไว้อีกส่วนหนึ่งเช่นกัน
2.ขณะสระะผมหากมีอาการคัน เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้น
(เนื่องจากเชื้อรา)ขิงเพียงจะช่วยขจัสารเคมีหรือเชื้อราบนเส้น
ผมออกจากศีรษะในช่วงระยะการสระ 3-4 ครั้งแรก หลังจากนั้น
อาการคันจะหายไป และเส้นผมใหม่จะขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนพร้อม
กับเส้นผมมีสุขภาพแข็งแรงดีขึ้น
3.ขณะใช้ขิงเพียวควรเลี่ยงการใช้แชมพูตัวอื่นๆ หรือสารเคมีทุกประเภท
(เพราะสารเคมีจะไปลดประสิทธิภาพของแชมพูทำให้ไม่เห็นผล)
4. โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ผ่านการทำผมจากร้านเสริมสวยเป็นประจำ
อาจจะทำให้เส้นผมกระด้างควรจะต้องสระติดต่อกันอย่างน้อย 2 อาทิตย์
และหลังการสระอาจใช้ครีมนวดภายใน 2-3 ครั้งแรก หลังจากนั้นขิงเพียว
จะทำการปรับสภาพยเส้นผมให้นุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่มิต้องใช้
ครีมนวดใดๆเพิ่มเลย

วิธีใช้ ฉีดสเปรย์นวดให้ทั่วศีรษะและเส้นผมทิ้งไว้ 20-30 นาที
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นประจำทุกเช้าเย็น เป็นเวลา 30-60 วัน
ก็จะช่วยให้เส้นผมกลับงอกขึ้นมาได้








 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูทีวีออนไลน์


เชิญเลือกสถานวิทยุฟังตามใจชอบค่ะ